• ไปเที่ยวเกาะนามิ เกาะสวรรค์ของคนเกาหลีกันเถอะ!

    แนะนำการไปเที่ยวเกาะนามิ เกาะสวรรค์ของคนเกาหลีกันเถอะ!

            เกาะนามิ ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คู่รักที่นิยมมาใช้เวลาด้วยกันท่ามกลางทัศนียภาพที่สวยงาม และบรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติคบนเกาะ ด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมาย อาทิเช่น การปั่นจักรยานรอบเกาะ การเล่นสกีน้ำ พายเรือ เล่นเลื่อนหิมะ ฟังดนตรีสด ฯลฯ เป็นต้น หรือถ้าใครเป็นแฟนตัวยงของ ซีรี่ส์เรื่อง “เพลงรักในสายลมหนาว” อยากจะมาตามรอยสถานที่ถ่ายทำซีรี่ย์เรื่องนี้กันถึงที่นี่ก็ไม่ว่ากันค่ะ รับรองว่าจะได้สัมผัสบรรยากาศฟินๆ ไม่แพ้เวลาจิกหมอนนอนดูซีรี่ส์ที่บ้านแน่นอนค่ะ ^^

            เกาะนามิ เป็นเกาะที่เกิดจากการสร้างเขื่อนซองพยอง ตั้งอยู่ที่เมืองชุนชอน จังหวัดคังวอน ซึ่งห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันออกเพียง 63 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ช.ม. มีลักษณะคล้ายรูปใบไม้กำลังลอยน้ำ และมีพื้นที่บนเกาะเพียง 460,000  ตารางเมตร เท่านั้น สำหรับชื่อที่ใช้เรียกเกาะแห่งนี้นั้นเรียกตามชื่อของ “นายพลนามิ” ผู้นำทัพเข้ากวาดล้างการจลาจลที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศได้จนหมดสิ้น และจากเหตุการณ์ครั้งนั้นจึงทำให้ท่านได้รับตำแหน่งสูงด้วยวัยเพียง 26 ปีเท่านั้น ต่อมาไม่นานหลังจากการเปลี่ยนแปลงรัชสมัยใหม่ มีผู้ให้ร้ายว่าท่านก่อกบฎ และถูกตัดสินให้ประหารชีวิต พร้อมกับมารดาและพรรคพวก รวม 25 คน ซึ่งต่อมาภายหลังได้มีการรื้อคดีของนายพลนามิขึ้นมาสอบสวนใหม่และพบว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดนั้นไม่เป็นความจริง ท่านจึงได้รับการคืนบรรดาศักดิ์ดังเดิม ดังนั้นจึงมีการสร้างอนุสรณ์สถานของนายพลนามิ พร้อมทั้งจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของท่านเอาไว้ยังเกาะแห่งนี้ ซึ่งเดิมเคยเป็นบ้านเกิดของท่าน เพื่อเป็นการระลึกถึงท่านนั่นเอง แรกเริ่มเดิมทีนั้นเกาะนามิได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นสนามกอล์ฟ แต่เนื่องด้วยค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงจึงทำให้มีเพียงแค่กลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้นที่จะสามารถข้ามมาเล่นกอล์ฟที่นี่ได้ ดังนั้นเจ้าของเกาะจึงตัดสินใจเปลี่ยนเกาะนามิให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อให้ทุกคนมาเยี่ยมชมได้ โดยให้เริ่มมีการปลูกต้นไม้หลากหลายชนิด เพื่อให้เกาะดูสวยงามตามชนิดของต้นไม้ที่สวยงามแตกต่างกันในแต่ละฤดู ซึ่งผลที่ได้ก็คือ จำนวนนักท่องเที่ยวที่แห่แหนกันมาเยี่ยมชมความงดงามบนเกาะนามิอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษก็คือ ช่วงเดือนตุลาคม จนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีนั่นเองค่ะ

            อีกชื่อเรียกหนึ่งของเกาะนามินั้นก็คือ “Naminara Republic” สาเหตุที่เรียกอย่างนี้ก็เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองได้ออกไปท่องเที่ยวยังอีกประเทศหนึ่ง โดยมีการเรียกตั๋วเข้าชมเกาะว่าเป็น “วีซ่า” สำหรับเข้าเมือง แถมยังมีด่านตรวจคนเข้าเมืองจำเป็น เอาไว้แสดงเพื่อความสมจริงอีกด้วย เรียกได้ว่าเหมือนเดินทางข้ามประเทศกันจริงๆ เลยนะคะเนี่ย ^^

    www.grandholiday.co.th

  • “เวียดนาม” นครแห่งเสียงแตร

    เที่ยวสัมผัส”เวียดนาม” นครแห่งเสียงแตร

            ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วนะคะว่าพระเอกของเรื่องนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ประเทศเพื่อนบ้านของไทย อย่าง “ประเทศเวียดนาม” ถึงแม้ว่าจะไม่มีดินแดนส่วนไหนเลยของประเทศเวียดนามที่อยู่ติดกับชายแดนไทย แต่ด้วยมนต์เสน่ห์และความงดงามของภูมิประเทศ รวมไปถึงรสชาดอาหารที่แสนอร่อยของชาวเวียดนาม ที่คนไทยชื่นชอบ และคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี  อาทิเช่น แหนมเนือง, เฝอ ฯลฯ เหล่านี้เองที่ทำให้คนไทยหลายๆ คนติดอกติดใจ จนต้องไปเยือนถึงถิ่นเวียดนามกันเลยทีเดียว และแน่นอน! เมื่อคนไทยอย่างเราหลงเข้าไปในถิ่นที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน (มีหรือที่จะไม่เกิดเรื่อง 555+) เป็นเรื่องปกติค่ะ ที่เราจะต้องพบเจอกับเรื่องแปลกๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อนในประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดก็สืบเนื่องมาจากความแตกต่างของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่นั่นเองค่ะ และสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนไทยแปลกใจมากเวลาที่ไปเที่ยวเวียดนามก็คือ เสียงแตรรถที่ดังกึกก้องไปจนทั่วทุกสี่แยกนั่นเอง ถ้าใครไปจนถึงเวียดนามแล้วยังไม่ได้ยินเสียงแตรอย่างที่ว่านี้ละก็ แสดงว่ายังมาไม่ถึงเวียดนาม หรือไม่คุณก็นั่งเครื่องบินไปลงผิดประเทศแล้วหล่ะค่ะ 555+ เพราะว่าตลอดทุกสี่แยกของเวียดนาม(โดยเฉพาะเมืองหลวง)นั้น จะเต็มไปด้วยรถจักรยานยนต์จำนวนมากมายมหาศาลที่กำลังส่งเสียงแตรอย่างดังกึกก้องไปจนทั่วเมือง สาเหตุที่เป็นอย่างนี้ก็เนื่องมาจากคนเวียดนามใช้รถมอเตอร์ไซต์ เป็นยานพาหนะหลักในการเดินทาง แถมยังมีทักษะในการขับขี่มอเตอร์ไซต์ขั้นเทพ ชนิดที่นักขับมอเตอร์ไซต์ไต่ถังบ้านเรายังอาย 555+ มีกูรูท่านหนึ่งสอนเอาไว้ว่า หากคุณคิดจะข้ามถนนที่เวียดนามนี้ละก็ ให้พยายามมองรถดีๆ แล้วข้ามไปเถิดค่ะ อย่ากลัว คนที่ขับรถเค้าจะคอยหลบโดยการอ้อมไปข้างหลังคุณแทน แต่ข้อควรระวังก็คือ ถ้าข้ามไปแล้วอย่าคิดจะถอยหลัง หรือแสดงอาการยึกยักเป็นอันเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นอาจจะพลาดจนโดนรถชนได้นะคะ ส่วนพฤติกรรมการบีบแตรรัวๆ ของคนเวียดนามที่คนไทยงงนั้น เค้าบอกมาว่าทำไปเพื่อให้คนที่ขับรถอยู่รอบข้างรู้ว่าเค้าอยู่ตรงไหน และกำลังจะไปทางไหนค่ะ (จะได้ไม่ชนกันนะ) ^^

    มีคำถามที่ถามกันจนกลายเป็นเรื่องตลกเกี่ยวกับคนเวียดนามว่า…”ถ้าหากว่ารถมอเตอร์ไซต์ของคนเวียดนามเกิดเสียขึ้นมา..ระหว่างเบรกแตก…กับแตรเสีย คนเวียดนามจะเลือกซ่อมส่วนไหนก่อน!?” เป็นคำถามขำๆ ที่ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าลองเอาไปถามคนเวียดนามจริงๆ ดูแล้ว เค้าจะตอบว่ายังไง? แล้วสมมุติว่า ถ้าคุณผู้อ่านเป็นคนเวียดนามหล่ะคะ คุณผู้อ่านจะเลือกซ่อมส่วนไหนก่อนดีเอ่ย? ^^

    www.grandholiday.co.th

  • เที่ยวชม 4 สถานที่สำคัญของเมืองอินชอนเจ้าภาพเอเชียนเกมส์

    แนะนำเที่ยวชม 4 สถานที่สำคัญของเมืองอินชอนเจ้าภาพเอเชียนเกมส์

    อินชอน ประเทศเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งล่าสุด เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศเกาหลีใต้ รองจากโซลและปูซาน ที่นี่ถือเป็นศูนย์กลางการค้าและคมนาคมที่สำคัญของเกาหลีใต้ในปัจจุบัน โดยเมืองอินชอนกำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองศูนย์กลางธุรกิจนานาชาติและอุตสาหกรรมไฮเท็ค ที่ยิ่งใหญ่ภายในศตวรรษที่ 21 นี้ วันนี้เราขอพาทุกท่านไปเที่ยวชม 4 สถานที่สำคัญ ของเมืองอินชอน เมืองท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความทันสมัยผสมผสานกันอย่างลงตัว

    1. สะพานอินชอน (Incheon Bridge)

    สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กแห่งใหม่ของเมืองอินชอน ที่เชื่อมระหว่างตัวเมืองอินชอนกับเกาะ Yeongjong สะพานแห่งนี้เพิ่งเปิดใช้ในปี 2009 ทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองอินชอนไปอย่างไม่ต้องสงสัย โดยสะพานแห่งนี้จัดเป็นสะพานขึงเคเบิ้ลที่มีความยาวมากที่สุดในเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิศวกรรมของเมืองนี้ โดยจุดประสงค์หลักของสะพานคือการย่นระยะเวลาเดินทางจากย่านชองโดถึงสนามบินนานาชาติอินชอน โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง

    1. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์สงครามเกาหลี (Incheon Landing Operation Memorial Hall)

    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตซองโก (Songdo) เมืองอินชอน จัดสร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงเสรีภาพของเกาหลีใต้หลังสงครามเกาหลีปี 1950 ซึ่งมีทหารทั้งเกาหลีใต้ร่วมกับกองกำลังสหประชาชาติรวมแล้วกว่า 70,000 นาย เรือรบกว่า 260 ลำ ร่วมกันต่อสู้และขับไล่กองทัพของเกาหลีเหนือจนล่าถอยไปในที่สุด ปฎิบัติการครั้งนั้นทำให้เกิดการสูญเสียอย่างมากมายของทั้งสองฝ่าย จนเป็นที่มีของการสร้างพิพิธภัณฑ์นี้เพื่อรำลึกถึงเหล่าผู้กล้าในสงครามเกาหลีที่ได้เสียชีวิต

    1. บ้านฟูลเฮ้าส์ (Full House)

    เรียกได้ว่าโด่งดังในหลายประเทศสำหรับสถานที่ถ่ายทำซีรี่ย์เกาหลีเรื่องนี้ จนทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาตามรอยละคร หนัง หรือศิลปินมากที่สุด อย่างเรื่องฟูลเฮ้าส์ ที่ได้นักร้องไอดอลชื่อดังอย่างเรน และนักแสดงสาวอย่างซองเฮเคียวมาแสดงร่วมกัน ก็ทำให้บ้านซึ่งใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำเรื่องนี้ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทำเงินอีกแห่งของเมืองอินชอน และกลายเป็นสัญลักษณ์ไปโดยไม่รู้ตัว โดยบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ในเขตชินโด ซึ่งเป็นเกาะหนึ่งของอินชอน ต้องต่อเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังเกาะ

    1. สนามกีฬามูนฮัก (Incheon Munhuk Stadium)

    สนามกีฬาเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ของเมืองอินชอน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และแสดงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีวิศวกรรมของเมืองอินชอนแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 ที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมกับญี่ปุ่น และใช้เป็นสนามหลักการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอนเป็นเจ้าภาพ โดยสนามแห่งนี้มีความจุทั้งหมด 49,084 เริ่มเปิดใช้บริการมาตั้งแต่ปี 2002

  • 5 สถานที่ท่องเที่ยว ที่จะทำให้คุณหลงรักลักเซมเบิร์ก

    5 สถานที่ท่องเที่ยว ที่จะทำให้คุณหลงรักลักเซมเบิร์ก

    ลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ประเทศเล็กๆที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ไม่มีทางออกสู่ทะเล ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป มีพรมแดนด้านตะวันออกติดกับประเทศเยอรมนี ด้านใต้ติดกับ ฝรั่งเศส และด้านตะวันตกติดกับเบลเยียม น้อยคนนักที่จะรู้ว่าประเทศแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาย้อนหลังมากกว่า 1,000 ปี เป็นประเทศที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของยุโรป วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเที่ยว 5 สถานที่สำคัญ ที่จะทำให้คุณต้องหลงรักประเทศลักเซมเบิร์ก

    1. ปราสาท Château de Vianden

    ปราสาทเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่เมืองเวียนเดน บนเนินยอดเขา ด้วยอัตลักษณ์พิเศษโครงสร้างดั้งเดิมออกแบบให้มีประตูเหล็ก ราวห้องโถงและทางเดินยังเต็มไปด้วยอาวุธและชุดเกราะต่างๆมากมาย ห้องต่างๆกว่า  10 ห้อง คาดว่าสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 ปราสาทแห่งนี้มิคาอิล กอร์บาชอฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซียก็เคยมาที่นี่ด้วย ปัจจุบันที่นี่กลายสภาพเป็นห้องจัดนิทรรศการสมัยใหม่ที่ใหญ่โต และมักจะมีดนตรีแจ๊สมาจัดแสดงบ่อยๆ

    1. โบสถ์ Notre-Dame

    โบสถ์ของผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิค ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นโบสถ์สำหรับชาวคริสต์นิกายเยซูอิต เป็นโบสถ์เกพียงแห่งเดียวในของกรุงลักเซมเบิร์กในปี 1613 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค แต่ก็ยังมีการผสมผสานศิลปะอื่นๆเช่นเรเนซองส์ไว้ด้วย ศตวรรษที่ 18 คริสตจักรได้ยกระดับให้โบสถ์นี้เป็นโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ โดยสมเด็จพระสันตะปาปา  Pius IX ได้ตั้งชื่อให้โบสถ์นี้ว่า Notre-Dame

    1. พระราชวังแกรนด์ ดูคอล (Grand Ducal Palace)

    พระราชวังที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเมืองลักเซมเบิร์ก เฉียงมาทางทิศใต้ จัดเป็นที่พำนักของแกรนด์ดยุค และดัชเชส แห่งลักเซมเบิร์ก (Grand Duke of Luxemburg) นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่ปฎิบัติราชกรณียกิจในฐานะประมุขแห่งรัฐ และเป็นสถานที่รองรับสำหรับแขกจากต่างประเทศ การตกแต่งภายในพระราชวังเป็นแบบโกธิคผสมผสาน ในช่วงฤดูร้อนทางพระราชวังจะมีการเปิดให้ทัวร์เข้าชม จัดแสดงส่วนต่างๆ เช่น พิพิธภัณฑ์เรื่องราวของราชวงศ์ จัดแสดงส่วนจิตรกรรมภายในต่างๆของวัง ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมได้อย่างจำกัดกรุ๊ปทัวร์ละ 40 คนเท่านั้น

    1. ย่านเมืองแกรนด์ รู (Grand Rue)

    เป็นย่านใจกลางเมืองที่สำคัญในลักเซมเบิร์ก ที่ย่านนี้จัดเป็นแหล่งช็อปปิ้งซื้อขายของที่ระลึกและของฝากมากมาย มีลักษณะเป็นตรอกซอกซอยหลากหลายท่ามกลางตึกอาคารที่เรียงรายเต็มไปหมด เป็นอีกหนึ่งย่านที่มีนักท่องเที่ยวมารวมกันเป็นจำนวนมาก เพราะเต็มไปด้วยร้านอาหารมากมาย

    1. พิพิธภัณฑ์มูแดม (Mudam)

    เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งใหม่ในลักเซมเบิร์ก เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2006 จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชาวลักเซมเบิร์ก ซึ่งจัดแสดงผลงานศิลปะสมัยใหม่มากมาย อาทิ แฟชั่น. ภาพถ่าย และมัลติมีเดีย ตัวอาคารออกแบบโดย I M Pei สถาปนิกได้รับแรงบันดาลใจมาจากพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ในประเทศฝรั่งเศส

    www.grandholiday.co.th

  • 5 เมืองยุโรป สำหรับคนชอบปั่นจักรยานเที่ยว

    แนะนำ 5 เมืองในยุโรป สำหรับคนชอบปั่นจักรยานเที่ยว

    ว่ากันว่าในเมืองที่เจริญแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเลือกการคมนาคมแบบขนส่งมวลชนมากกว่าพาหนะส่วนบุคคล ซึ่งในประเทศเหล่านี้พาหนะส่วนบุคคลที่ประชาชนนิยมใช้มากที่สุดไม่ใช่รถยนต์ แต่เป็นรถจักรยาน โดยเฉพาะในยุโรป ที่เราจะเห็นผู้คนตั้งแต่เด็กไปจนถึงคนแก่ปั่นจักรยานกันทั้งเมือง และนี่คือเรื่องราวของ 5 เมืองในยุโรป สำหรับคนชอบปั่นจักรยานเที่ยว

    1. อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ประเทศเนเธอร์แลนด์ จากผลสำรวจพบว่ากว่า 40% ของคนในเมืองนี้ พาหนะส่วนบุคคลหลักที่ประชาชนใช้กันมากที่สุดก็คือจักรยาน เรียกว่าปั่นกันทุกเพศทุกวัย แถมมีบริการให้เช่าจักรยานกันอย่างแพร่หลายในเมืองนี้ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นอันตรายและไม่ปลอดภัย เพราะการปั่นจักรยานคือวัฒนธรรมส่วนหนึ่งของเมืองนี้ไปแล้ว
    2. โคเปนเฮเก้น (Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ก ที่เมืองนี้ไม่ว่าคุณจะเดินไปส่วนไหน คุณจะเห็นผู้คนที่ใช้ชีวิตกันแบบเนิบๆช้าๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหาร จิบกาแฟน้ำชาและนั่งพักผ่อนกันแบบสบายๆ ผู้คนมีสีหน้าไม่เครียด ผลสำรวจพบว่าประชากรกว่า 32% ใช้จักรยานเป็นพาหนะหลัก ทั้งปั่นไปเรียน ปั่นไปทำงาน มีบริการเช่าจักรยานฟรี รวมถึงทางปั่นสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ
    3. บาร์เซโลน่า (Barcelona) ประเทศสเปน เมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของคาบสมุทรไอบีเรีย ถือเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งของโลก ที่เมืองบาร์เซโลนามีทางรถจักรยานที่เรียกว่า “อะ กรีน ริง” หรือวงแหวนเขียว อยู่รอบใจกลางเมือง มีสถานีให้เช่ารถจักรยานกระจายอยู่ถึง 100 แห่ง รอบเมือง เมื่อคุณปั่นจักรยานชมเมืองเสร็จแล้วสามารถนำจักรยานไปคืนที่สถานีไหนก็ได้ สะดวกสบายมากๆ
    4. บาเซิล (Basel) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บาเซิลเป็นเมืองพรมแดนมีอาณาเขตติดต่อ 3 ประเทศได้แก่สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนีและฝรั่งเศส มีผู้คนทั้ง 3 เชื้อชาติอาศัยอยู่รวมกันในเมืองนี้ บาเซิลยังเป็นเมืองที่ใส่ใจประชาชนถึงขั้นออกแบบถนนเป็นพิเศษเพื่อรองรับการใช้จักรยานรวมถึงทางสำหรับคนถนัดซ้ายด้วย แถมกิจการให้เช่าจักรยานก็มีอยู่มากมาย รวมทั้งที่จอดรถจักรยานก็มีอย่างเหลือเฟือ นักท่องเที่ยวจึงสะดวกสบายกับการปั่นจักรยานชมเมืองได้อย่างมั่นใจ
    5. สต็อกโฮล์ม (Stockholm) ประเทศสวีเดน ผู้คนที่สวีเดนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่รักษ์สิ่งแวดล้อม เมืองสต็อกโฮล์มเป็นนครหลวงอันงดงามในสแกนดิเนเวีย ถูกโอบล้อมด้วยทะเลบอลติก สต็อกโฮล์มเป็นเมืองที่สามารถชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนได้ มีสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่สวยงาม วิวธรรมชาติที่ยังคงใสสะอาด ไปจนถึงแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารอร่อย ที่เมืองนี้เองก็เป็นอีกเมืองที่มีทางรถจักรยาน และมีบริการเช่ารถจักรยานมากมาย ทั้งหมดนี้เหมาะแก่การปั่นจักรยานเที่ยวแบบชิลๆ สบายๆอย่างยิ่ง

    www.grandholiday.co.th

  • เที่ยวฮัมบูร์ก เมืองท่าเก่าที่สร้างใหม่

    ท่องเที่ยวฮัมบูร์ก เมืองท่าเก่าที่สร้างใหม่

    ฮัมบูร์กเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศเยอรมนีและเป็นเมืองท่าที่สำคัญในการค้าขายทางเรือ เช่นเดียวกันกับเมืองอันดับสองใหญ่ๆใน ยุโรป อย่างมาร์กเซย, กลาสโกว์ หรือบาร์เซโลน่า  ฮัมบูร์กก็เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยมนตร์เสน่ห์ที่น่าสัมผัสมากมาย และเมืองท่าแห่งนี้ก็ยังเป็นอีกเมืองที่ชาวเยอรมันมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง คนเยอรมันส่วนใหญ่จึงมักเที่ยวและพักผ่อนกันอยู่ที่ฮัมบูร์ก ฮัมบูร์กไม่ได้เป็นเมืองที่มีตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ ส่วนเดิมของเมืองนี้ถูกไฟไหม้ทำลายไปในปี 1842 และบางส่วนได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 ใจกลางเมืองของฮัมบูร์กวันนี้จึงเต็มไปด้วยตึกรามแนวโมเดิร์นที่สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าและช็อปแบรนด์ดังต่างๆมากมายทั่วโลก

    ฮัมบูร์กเป็นเมืองท่าที่มีทะเล ที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นอายในแบบสแกนดิเนเวีย ลมโชยพัดเอาไอระเหยจากน้ำเค็มขึ้นมาสัมผัสผิวหน้า นกนางนวลจำนวนมากโบยบินโฉบฉาบกลางท้องฟ้าท่ามกลางมหาสมุทรไกลสุดลูกหูลูกตา ให้ความรู้สึกพาคุณย้อนสมัยไปยังยุคบาวาเรีย เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยศาลาที่ให้ผู้คนได้นั่งพักผ่อนมากถึงกว่า 647 แห่ง คุณสามารถนั่งชมวิวเพลินๆของเมืองฮัมบูร์กที่ศาลาเหล่านี้ซึ่งมีอยู่รอบเมือง อาคารบ้านเรือนมีการออกแบบใหม่โดยอาศัยความนิยมประวัติศาสตร์ของชาวเยอรมัน ออกไปทางศิลปะแบบ Neo-Gothic ไม่ห่างจากตัวเมืองนักคุณจะได้พบกับความสวยงามของทะเลสาบ 2 แห่งของเมืองนี้ นั่นคือทะเลสาบ Jungfernstieg เป็นทะเลสาบที่มีความสวยงามและร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้ เหมาะแก่การเดินเล่นอย่างมาก และอีกทะเลสาบก็คือทะเลสาบ Aussenalster ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าที่แรก ซึ่งในอดีตเคยมีที่พักมากมายสร้างติดทะเลสาบ แต่ว่ากฎหมายที่ออกมาก็ควบคุมให้ต้องรื้อถอนออกไป เพราะฮัมบูร์กเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าผู้คนที่นี่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นคุณจึงสามารถปั่นจักรยานชมวิวทะเลสาบได้อย่างเพลิดเพลินใจ

    ถัดจากเมืองไปทางทิศใต้เล็กน้อยยังพื้นที่ๆแม่น้ำ Elbe ตั้งอยู่ เคยเป็นส่วนหนึ่งของย่านเมืองเก่า แต่ปัจจุบันได้ถูกพัฒนาจากแผนโครงการจะสร้างให้บริเวณนี้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขยับขยายรองรับการเป็นเมืองท่าของฮัมบูร์ก โดยย่านนี้ถูกเรียกว่า HafenCity มีแลนด์มาร์คที่โดดเด่นคือ Elbphilharmonie Concert Hall ฮอลล์ที่ใหญ่ที่สุดเอาไว้สำหรับจัดแสดงคอนเสิร์ต และยังเป็นโรงแรม ห้างสรรพสินค้าไปในตัวด้วย โดยคาดว่าฮอลล์แห่งนี้จะแล้วเสร็จและเปิดใช้ได้ในปี 2017 ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจของเมืองฮัมบูร์กเติบโตขึ้นอย่างมาก  ฮัมบูร์กจัดเป็นอีกเมืองที่น่าไปท่องเที่ยว หากคุณชอบความเป็นยุโรปที่ออกแนวคลาสสิค เราจะเห็นวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนที่นี่เดินควบคู่ไปกับวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ส่งผลให้ฮัมบูร์กดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ปีละกว่าหลายล้านคนเลยที  www.grandholiday.co.th

  • เที่ยวเวียดนาม ดินแดนแห่งความงดงามทางธรรมชาติ

    เที่ยวเวียดนามดินแดนแห่งความงดงามทางธรรมชาติ

    สำหรับหลายๆท่านแล้ว เชื่อว่า เวียดนาม น่าจะเป็นอีกประเทศหนึ่งที่อยู่ในใจของหลายท่าน และเป็นเป้าหมายว่า สักครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไป เที่ยวเวียดนาม ให้ได้ โดยประเทศเวียดนามนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย สำหรับท่านที่สนใจแล้ว สามารถเดินทางไป เที่ยวเวียดนาม ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เข้าประเทศ ทั้งนี้ประเทศเวียดนาม ถือว่าเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เนื่องจาก เวียดนามเอง เพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นานมาก ทำให้แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติต่างๆยังสวยงามอยู่มาก โดยหากท่านสนใจ ที่จะไปเที่ยวเวียดนามนั้น ก็สามารถเดินทางได้สะดวก โดย มีเที่ยวบินจากกรุงเทพ ไปยังเมืองสำคัญๆต่างของเวียดนาม เช่น ฮานอย โฮจิมินห์ ซึ่งแล้วแต่ว่าท่านต้องการเดินทางไปเที่ยวในโซนไหนของเวียดนาม โดย เมืองที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค ท่านอาจจะจำง่ายๆคือ ฮานอยเหนือ ฮอยอันกลาง โฮจิมินห์ แต่ละที่ก็คือชื่อเมืองสำคัญๆที่น่าไปเที่ยวตามภูมิภาคต่างๆ

    เที่ยวเวียดนาม ภาคเหนือ

    สำหรับเวียดนามตอนเหนือนั้น เมืองที่น่าสนใจ คงจะหนีไม่พ้น เมืองฮานอย ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเวียดนาม ซึ่งเป็นเมืองที่มีความเจริญอย่างต่อเนื่อง โดยใจกลางเมืองของฮานอย มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ทางวัฒนธรรม หรือสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยแหล่งซื้อของฝากมากมาย และหากท่านเดินทาง จากฮานอยไปอีกประมาณ 130 กิโลเมตร ท่านก็จะได้พบกับ เมือง ฮาลองเบย์ ซึ่งเป็น สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดของเวียดนามเลยก็ว่าได้ โดย อ่าวฮาลองเบย์ เป็นอ่าวที่มีทิวทัศน์สวยงาม และมีน้ำสีเขียวมรกต ทั้งยังเต็มไปด้วยเกาะเล็กๆ มากกว่า 2000 เกาะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนมาก

    เที่ยวเวียดนาม ภาคกลาง

    หากท่านได้มาเยือนภาคกลางของเวียดนามแล้ว เมืองที่ท่านควรจะไปอย่างยิ่งคือ เมืองฮอยอัน ซึ่งเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความงดงาม เมืองแห่งนี้เป็นเมืองเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรมต่างๆมากมาย ท่านสามารถเดินเที่ยวชมสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ และเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรม ที่ขึ้นชื่อของเมือง ได้แบบชนิดที่ว่า เดินชม สบายๆเลยทีเดียว

    เที่ยวเวียดนาม ภาคใต้

    ภาคใต้ของเวียดนาม เมืองที่สำคัญที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเมืองโฮจิมินห์ หรือ เมืองไซ้ง่อนเดิม นั่นเอง เมืองนี้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเจริญที่สุดของเวียดนาม ดังนั้น จึงประกอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม หรือเที่ยวเที่ยวยามราตรีตั้ง

    ดังนั้นแล้ว ประเทศเวียดนาม จึงเป็นประเทศที่ท่าน ควรจะมาเยือนสักครั้งในชีวิต แล้วท่านจะพบกับประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจและความประทับใจที่ไม่รู้ลืม ณ ประเทศเวียดนาม  www.grandholiday.co.th

  • หอนาฬิกาบิกเบน กรุงลอนดอน

    หอนาฬิกาบิกเบน (กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ)

                   สวัสดีครับ ที่ประเทศอังกฤษนั้นมาสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเลยครับ และนักท่องเที่ยวนั้นก็จะรู้จักสถานที่ที่สำคัญต่างๆในประเทศอังกฤษเป็นอย่างดี แต่มีอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั่วไปเป็นอย่างมาก และเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของกรุงลอนดอน อีกทั้งยังเป็นดั่งสัญลักษณ์ของประเทศอังกฤษอีกด้วย นี่คือ “หอนาฬิกาบิกเบน” เป็นหอนาฬิกาขนาดใหญ่และเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกในฐานะสัญลักษณ์ของประเทศอังกฤษ  ในทุกๆวันจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจะมาเยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ของนาฬิกาที่โด่งดังเรือนนี้ และก็พลาดไม่ได้เลยที่จะต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

             หอนาฬิกาบิกเบน  เริ่มใช้เมื่อปี ค.ศ. 1859 เป็นหอนาฬิกาที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของโลก  ตั้งอยู่ที่พระราชวังเวสต์มินสเตอร์  ในกรุงลอนดอน  ประเทศอังกฤษ  ตัวนาฬิกานั้นตั้งอยู่บนตึกเซนต์สตีเฟน  ซึ่งสูง 96 เมตร  หรือประมาณ 316 ฟุต  หอนาฬิกาบิกเบนเป็นนาฬิกาที่มีขนาดหน้าปัดกว้าง 23 ฟุต  มี 4 หน้าโดยรอบ  โดยมีเข็มสั้นและเข็มยาวเดินพร้อมกันทั้ง 4 หน้าทำงานด้วยเครื่องจักรกำลังไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูง  เพราะต้องใช้เวลาเป็นมาตรฐานของโลก

                 ตัวนาฬิกานั้นหนักประมาณ 5 ตันครึ่ง  ซึ่งเป็นนาฬิากาที่หนักมากๆ  เวลาที่ระฆังตีบอกเวลาจะได้ยินไกลถึง 14 กิโลเมตรเลยทีเดียว ซึ่งชาวเมืองลอนดอนนั้นก็จะได้ยินเสียงตีของนาฬิากานี้ไปทั่วเมือง แม้กระทั่งชานเมืองของกรุงลอนดอนก็สามารถได้ยินเช่นกัน  หอนาฬิกาบิกเบนถือเป็นนาฬิกาเรือนสำคัญและเป็นที่รักของชาวลอนดอน เป็นหนึ่งในความความภูมิใจของชาวกรุงลอนดอนและชาวอังกฤษที่มีหอนาฬิกาบิกเบนนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ

                 ชื่อหอนาฬิกาบิกเบนนี้ มีที่มาจากชื่อ “เบนจามิน ฮอลล์”  ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรที่มีรูปร่างอ้วนตุตะ เพื่อนๆจึงเรียกเขาว่า “บิ๊กเบน” ต่อมาเมื่อเขาไปอภิปรายการตั้งชื่อหอนาฬิกาอย่างยืดยาว  ในการอภิปรายครั้งนี้เขาได้ถามเสียงส่วนมากว่าต้องการให้หอนาฬิกานี้ชื่อว่าอะไร  เพื่อนๆจึงร้องตะโกนว่า “บิกเบน บิกเบน” ในที่ประชุม และทุกๆคนก็ได้ยินชื่อนี้ จึงเกิดความพอใจในชื่อนี้ จึงได้ตั้งชื่อหอนาฬิกาแห่งนี้ว่า หอนาฬิกาบิกเบน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

                ในปัจจุบัน  หากใครที่ได้มายังประเทศอังกฤษแล้วก็ต้องมาเยี่ยมชมที่หอนาฬิกาบิกเบนนี้ด้วย  ซึ่งตั้งอยู่กลางกรุงลอนดอน และโดดเด่นกว่าสิ่งอื่นใดในกรุงลอนดอนที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ หากไม่มานี้ถือว่าพลาดมากๆเลยล่ะ หากใครได้มาแล้วจะเห็นได้ถึงความยิ่งใหญ่ของนาฬิกาที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศอังกฤษ  และก็คงจะอดใจไม่ได้ที่จะต้องถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อเป็นความรงจำเมื่อได้มายังที่นี่แล้ว สวัสดีครับ. www.grandholiday.co.th

  • เปิดเผยวิธีเที่ยวทั่วโลกแบบฟรีขั้นเซียน

    เผยเทคนิควิธีเที่ยวทั่วโลกแบบฟรีขั้นเซียนจากหนุ่มอเมริกานักเดินทาง

    ถ้าหากเราคิดจะเดินทางไปรอบโลก   สำหรับยุคนี้ไม่ใช่เรื่องยากกันอีกต่อไป เพราะเดี่ยวนี้มีสายการบินมากพอที่จะพาคุณไปได้ทั่วทุกมุมโลก แต่การไปแต่ละครั้งค่าใช้จ่ายในเรื่องตั๋วเครื่องบินนั้นไม่น้อยเลย  แต่มีหนุ่มอเมริกันคนหนึ่งชื่อ  Scoot Keyes  นั้นทำในสิ่งที่ใครหลายคนคิดไม่ถึง   เขาสามารถบินไปรอบโลกกว่า 20,000 ไมล์ ไปถึง 13 ประเทศ กับ 21 เที่ยวบิน  โดยไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แม้แต่ค่าโรงแรม  การตรวจกระเป๋าฟรี   ถึงแม้เขาต้องแลกกับการจ่าย 250$  ต่อปีให้แก่บัตร  เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นที่ได้จากการเป็นสมาชิก

    Scoot Keyes ได้เปิดเผยเทคนิคว่าเขาทำได้อย่างไร  เขาพยายามติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นของสายการบินต่างๆ  ที่มีการลดแลกแจกแถม หรือคะแนนสะสม  จัดทำตารางของแต่ละสายการบินเก็บไว้อย่างชัดเจน  เขาใช้เวลาประมาณ 10-15 ชั่วโมงในการวางแผนแล้วเขียนทั้งหมดลงกระดาษดูว่ามีสายการบินใดบ้างที่มีโปรโมชั่นลด พยายาม หาตั๋วที่ถูกที่สุดที่มีอยู่และชำระเงินโดยใช้ไมล์สะสมของคุณ

    เนื่องจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่ได้ทำ legwork  ไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากเว็บไซด์ของบริษัททัวร์ต่าง ๆ  เพื่อสร้างแนวคิดการเดินทางที่ลดต้นทุนได้    วิธีนี้ทาง Scoot Key เคยได้รับโปรโมชั่นจากสายการบินถึง $500 ในชั่วโมงถัดไปได้อีก  $333   ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าทุกสายการบินมักจะเพิ่มข้อเสนอครั้งละ 5 นาที  ขึ้นทีละ $50  เขามักเสนอครั้งแรกเพื่อให้ได้ที่นั่ง  สิ่งสำคัญของการได้มาคือต้องกล้าสอบถามหรือพุดคุยกับตัวแทนนั้นๆ

    ด้วยความสำเร็จที่ได้พิสูจน์มาแล้วจาก Scoot Key ถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการใช้โปรโมชั่นอย่างมาก  ทั้งเที่ยวบินฟรีและพักโรงแรมฟรี  เป็นความฝันของผู้คนจำนวนมากที่อยากใช้ชีวิตแบบเขา  เรียกว่า พักร้อนฟรีตลอดปี  นอกจากนี้เขาได้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า  How  to fly cheap price และ How to find cheap price  เปิดเผยกลยุทธ์ทั้งเรื่องการบริหารบัตรเครดิต  โปรโมชั่นสายการบินต่างๆ  ไว้ด้วย www.projamm.com

  • สุดยอดสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวอเมริกาในช่วงหน้าร้อน(4)

    สุดยอดสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวในหน้าร้อนของอเมริกา(4)

    9.เมืองชายฝั่ง Santa Cruz รัฐแคลิฟอร์เนีย

                    ไม่ถึง1ชั่วโมงจากตอนใต้ของเมืองซานฟรานซิสโก ชายฝั่ง Santa Cruz  เป็นส่วนผสมของอดีตและสมัยใหม่ มันเริ่มด้วยความงามที่ไร้กาลเวลาของธรรมชาติ หากได้มาท่องเที่ยวอเมริกาต้องมาที่นี่ให้ได้ ในเมืองชายฝั่งแห่งนี้ทางตอนเหนือสุดของเมือง สามารถเดิมชมชายหาดของเมือง เยี่ยมชมสะพานธรรมชาติที่โด่งดังและสามารถเยี่ยมชมนกและแมวน้ำ นอกจากนี้แล้ว หากได้เดินเข้าไปยังทางเดินของหาด Santa Cruz แล้ว จะพบได้ว่ามีความสนุกสนานมากมายไว้คอยต้อนรับผู้มาเยี่ยมชมซึ่งเป็นสวนสนุกประจำเมืองแห่งนี้  มีผู้คนนั้นนิยมมายังหาดนี้มา100ปีแล้ว

    ส่วนที่สำคัญสำหรับกิจกรรมของผู้ที่มายังชายฝั่ง Santa Cruz แห่งนี้คือ ผู้ที่มาเล่นโต้คลื่น และกระโดดหน้าผา แต่ถ้าหากไม่ชอบการโต้คลื่นและกระโดดหน้าผาแล้วล่ะก็ ชายหาด Santa Cruz นี้ก็เป็นชายหาดกีฬาที่ดีที่สุดในอเมริกา หากได้มาแล้วจะเห็นได้ว่ามีผู้คนมาเล่นกีฬากันมากมายที่ชายหาด ที่นี่ก็มีกิจกรรมประจำปีประจำหาดด้วย คือ การแล่นเรือ หรือถ้าเบื่อชายหาดแล้ว ที่ที่ไม่ไกลนักเป็นสิ่งที่ทำให้แคลิฟอร์เนียมีชื่อเสียง นั่นก็คือ ไร่องุ่น และโรงผลิตไวน์ที่มีชื่อเสียงในอเมริกา

    10.Glenwood Spring โคโลราโด

           นี่คือที่ซ่อนลึกลับตามธรรมชาติ มันไม่ใช่ชายหาด ไม่ใช่สวนน้ำ ไม่มีสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว และไม่มีอะไรที่สร้างขึ้น แต่มันเป็นความสนุกที่จะได้รับจากธรรมชาติโดยแท้หากได้ไปยังสถานที่แห่งนี้ Glenwood Spring นี้ได้ถูกเรียกว่าเป็นสปาธรรมชาติแห่งเทือกเขาร๊อกกี้  ที่นี่มีสปาธรรมชาติเพื่อสุขภาพและได้มาจากน้ำร้อนที่อยู่ใต้โลก และที่นี่มีสระน้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย มันยาวถึง 2 ช่วงตึก และมีชื่อเสียงในการรักษาโรคไขข้อและโรคข้อต่ออักเสบรวมทั้งช่วยระงับประสาทอีกด้วย  น้ำในสระนั้นมาจากน้ำพุซึ่งสูบน้ำมาจากธรรมชาติซึ่งเป็นน้ำแร่ร้อน ซึ่งมีอุณหภูมิ 124 องศาเซลเซียส แต่มันได้ถูกเติมน้ำเย็นลงไปให้ได้อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส ซึ่งที่นี่เปิดรับนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนตลอดทั้งปี และค่าบริการก็แพงพอสมควรเลยทีเดียว

    การแช่ในสระน้ำร้อนเป็นแค่เริ่มต้น คุณสามารถแช่น้ำแร่ได้อีกในสระสปาหรือไปที่ถ้ำไอน้ำ ซึ่งเป็นถ้ำธรรมชาติและเป็นความลับของสปาและเป็นสิ่งที่พิเศษที่สุดของที่นี่  ที่มีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง108-110องศาเซลเซียส มีที่อบไอน้ำจากธรรมชาติ มีแสงสลัวๆ อบอุ่นด้วยไอน้ำของน้ำพุร้อน หลังจากพักผ่อนแล้วและอยากตื่นเต้นนิดหน่อย ที่นี่ก็มีทางเดินไปยังแม่น้ำโคโลราโด สามารถล่องเรือแคนนูหรือชื่นชมแหล่งน้ำของที่นี่ได้  www.grandholiday.co.th

Posts navigation